ดวงขาดธาตุ ดูยังไง และต้องเติมธาตุไหม
ดวงขาดธาตุไม่ใช่ข้อบกพร่องโดยอัตโนมัติ ตำราไม่ได้ชั่งดวงด้วยการนับธาตุให้ครบห้า แต่ถามว่าดวงนี้ต้องการธาตุอะไร และสองอย่างนี้ไม่ใช่ตัวเดียวกัน
ดวงขาดธาตุไม่ใช่ข้อบกพร่องโดยอัตโนมัติ ตำราคลาสสิกไม่ได้ให้คะแนนดวงด้วยการนับว่าธาตุครบห้าตัวหรือไม่ คำถามที่ตำราถามคือ ดวงนี้ต้องการธาตุอะไรเพื่อให้สมดุล ธาตุนั้นมีชื่อเรียกว่า 用神 แปลตรงตัวว่าธาตุที่นำมาใช้ และมันไม่ใช่ธาตุที่ดวงไม่มีเสมอไป คนที่ดวงไม่มีธาตุทองเลยแต่ธาตุที่ดวงต้องการคือน้ำ การวิ่งไปหาทองมาเติมคือการเติมผิดตัว
คำตอบว่าต้องเติมธาตุไหม จึงแยกเป็นสองชั้น ชั้นแรก ต้องรู้ก่อนว่าธาตุนั้นขาดจริงหรือแค่ไม่โผล่ให้เห็นบนผิว เพราะคนส่วนใหญ่นับแค่แปดตัวที่มองเห็น ซึ่งไม่ใช่ธาตุทั้งหมดที่มีอยู่ในดวง ชั้นที่สอง ถ้าขาดจริง ต้องดูว่าธาตุที่ขาดตรงกับธาตุที่ดวงต้องการหรือไม่ ถ้าตรง การดึงธาตุนั้นเข้าหาชีวิตคือเรื่องที่ตำรารองรับ ถ้าไม่ตรง ธาตุที่ขาดนั้นอาจเป็นธาตุที่ตำราจัดให้คุณเลี่ยงอยู่แล้ว และการที่มันไม่อยู่ในดวงก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปแก้
นับธาตุในดวงยังไงให้ถูก
แผนภูมิดวงจีนมีแปดตัวอักษร คือก้านฟ้าและกิ่งดิน ของสี่เสา คนที่นับธาตุจากแปดตัวนี้แล้วสรุปว่าขาดอะไร กำลังอ่านแค่ชั้นบนสุด
กิ่งดินแต่ละตัวซ่อนก้านฟ้าไว้ข้างในสองถึงสามตัว เรียกว่าธาตุแฝง (藏干) และตำรานับธาตุแฝงเป็นธาตุที่มีอยู่จริงในดวง ไม่ใช่ของแถม ดวงที่ดูเหมือนไม่มีธาตุไฟบนผิวเลย อาจมีไฟซ่อนอยู่ในกิ่งดินสองตัว และถ้าซ่อนอยู่ในชั้นธาตุหลักของกิ่งนั้น มันไม่ได้ขาดเลยแม้แต่น้อย
ตำราแยกชั้นของรากไว้ด้วย ธาตุแฝงชั้นหลักครองวันมากที่สุดในกิ่งนั้นจึงเป็นรากที่แข็ง ชั้นกลางและชั้นเศษเป็นรากที่บาง รากในกิ่งของเสาวันแข็งที่สุดเพราะอยู่ใต้ตัวคุณพอดี อ่อนที่สุดคือกิ่งของเสาปี ธาตุหนึ่งตัวที่อยู่ถูกที่จึงหนักกว่าธาตุสามตัวที่อยู่ผิดที่
ทำไมการนับจำนวนไม่ใช่วิธีชั่งดวง
ขั้นที่ตำราให้ทำก่อนทุกอย่างคือชั่งว่าธาตุประจำตัว ของคุณแข็งหรืออ่อน และการชั่งนั้นไม่ใช่การนับหัว ตำราให้ปัจจัยไว้สี่ข้อ พร้อมน้ำหนักที่ไม่เท่ากันเลย
- ได้ฤดู (得令) ธาตุประจำตัวตรงกับฤดูของเดือนเกิดหรือไม่ ข้อนี้ข้อเดียวกินน้ำหนักราวครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
- ได้ราก (得地) มีธาตุเดียวกันซ่อนอยู่ในกิ่งดินของเสาใดเสาหนึ่งหรือไม่ ราวหนึ่งในห้า
- ได้แม่ (得生) มีธาตุที่คอยเสริมธาตุประจำตัวอยู่ในดวงหรือไม่
- ได้เพื่อน (得助) มีก้านฟ้าหรือกิ่งดินธาตุเดียวกันมาช่วยพยุงหรือไม่
สองข้อหลังแบ่งน้ำหนักที่เหลือกันไป เดือนเกิดจึงเป็นตัวตัดสินที่หนักที่สุด คนที่เกิดในเดือนของฤดูที่ธาตุตัวเองครองอำนาจ ธาตุประจำตัวแข็งได้ทั้งที่มีธาตุเดียวกันน้อยตัว คนที่เกิดผิดฤดู ธาตุประจำตัวอ่อนได้ทั้งที่นับแล้วดูเหมือนเยอะ การนับว่าธาตุไหนมีกี่ตัวจึงเป็นการอ่านที่ตื้นที่สุด
ธาตุที่ดวงต้องการ ไม่ใช่ธาตุที่ดวงไม่มี
เมื่อรู้ว่าธาตุประจำตัวแข็งหรืออ่อนแล้ว ตำราถึงเลือกธาตุที่ดวงต้องการ หลักสั้นที่สุดคือ แข็งเกินต้องระบาย อ่อนเกินต้องเสริม ตำราเปรียบว่าดวงที่ไม่สมดุลคือคนที่กำลังป่วย ความไม่สมดุลคือโรค และธาตุที่ดวงต้องการคือยา
ดวงที่ธาตุประจำตัวอ่อน ต้องการธาตุที่มาเสริมตัวเองโดยตรง หรือธาตุเดียวกันมาช่วยพยุง ดวงที่ธาตุประจำตัวแข็งเกิน ต้องการธาตุที่ข่มตัวเอง ธาตุที่ตัวเองไปข่มได้ หรือธาตุที่ตัวเองผลิตออกไป เพื่อระบายกำลังที่ล้นอยู่ ยาสองขนานนี้ตรงข้ามกันคนละทาง นี่คือเหตุผลที่คำตอบเรื่องเติมธาตุไม่มีสูตรเดียวใช้ได้กับทุกคน
เมื่อได้ธาตุที่ดวงต้องการแล้ว ธาตุที่เหลืออีกสี่ตัวเข้าที่ของตัวเองทันทีตามวงจรเสริมและวงจรข่มของธาตุทั้งห้า
| ธาตุที่ดวงต้องการ (用神) | ธาตุหนุน (喜神) | ธาตุที่ควรเลี่ยง (忌神) | ธาตุที่ไปเสริมตัวที่ข่มเรา (仇神) | ธาตุกลาง (闲神) |
|---|---|---|---|---|
| ไม้ 木 | น้ำ | ทอง | ดิน | ไฟ |
| ไฟ 火 | ไม้ | น้ำ | ทอง | ดิน |
| ดิน 土 | ไฟ | ไม้ | น้ำ | ทอง |
| ทอง 金 | ดิน | ไฟ | ไม้ | น้ำ |
| น้ำ 水 | ทอง | ดิน | ไฟ | ไม้ |
อ่านตารางนี้ให้ตรง ธาตุที่ดวงต้องการกับธาตุหนุนคือฝั่งที่ดีเท่ากัน ธาตุที่ควรเลี่ยงกับธาตุที่ไปเสริมตัวที่ข่มเราคือฝั่งที่ถ่วงเท่ากัน ธาตุกลางขึ้นกับสถานการณ์ ทีนี้กลับไปดูธาตุที่ดวงคุณขาด ถ้ามันอยู่สองคอลัมน์ขวา การไม่มีมันไม่ใช่ปัญหา ถ้าอยู่สองคอลัมน์ซ้าย นั่นคือกรณีที่การขาดมีความหมายจริง
ขาดแบบไหนที่ต้องสนใจจริง
มีสามสถานการณ์ที่ตำราถือว่าการไม่มีธาตุนั้นเป็นเรื่องใหญ่
หนึ่ง ธาตุที่ขาดคือธาตุที่ดวงต้องการพอดี ดวงที่ธาตุประจำตัวอ่อนและต้องการธาตุที่มาเสริม แต่ธาตุนั้นไม่มีทั้งบนผิวและในชั้นธาตุแฝง คือดวงที่ยาไม่ได้อยู่ในตัวเอง คนแบบนี้พึ่งจังหวะเวลาและคนรอบตัวมากกว่าคนอื่น
สอง ธาตุที่ขาดคือสะพานระหว่างสองธาตุที่กำลังชนกัน เมื่อในดวงมีธาตุสองตัวที่แรงทั้งคู่และข่มกันอยู่ โดยไม่มีธาตุที่คั่นกลาง ตำราให้ใช้ธาตุที่เชื่อมสองตัวนั้นเป็นธาตุที่ดวงต้องการ เช่น ไม้แรงชนกับดินแรง ธาตุไฟคือสะพาน เพราะไม้เสริมไฟ และไฟเสริมดิน การขาดตัวกลางแบบนี้ทำให้แรงปะทะในดวงไม่มีทางออก
สาม ธาตุที่ขาดคือตัวปรับอุณหภูมิของฤดู ตำราแยกหลักข้อนี้ไว้ต่างหากจากเรื่องแข็งอ่อน ดวงที่เกิดในเดือนของฤดูหนาว คือเดือนกิ่งกุน ชวด ฉลู เย็นและชื้นเกิน ตำราให้ธาตุไฟมาอุ่น ดวงที่เกิดในเดือนของฤดูร้อน คือเดือนกิ่งมะเส็ง มะเมีย มะแม ร้อนและแห้งเกิน ตำราให้ธาตุน้ำมาคลาย ตำราบางสำนักให้ข้อนี้มาก่อนเรื่องแข็งอ่อน การขาดตัวปรับอุณหภูมิจึงรู้สึกได้
ขาดแล้วไม่เป็นไรก็มี
ตรงข้ามกับสามข้อข้างบน มีดวงประเภทหนึ่งที่ตำราบอกตรง ๆ ว่าไม่ต้องไปตามหาธาตุที่ขาด คือดวงที่พลังเอียงไปทางเดียวจนสุด เรียกว่า 从格 ดวงกลุ่มนี้ทิ้งหลักปรับสมดุลไปเลย และใช้หลักว่าใครแรงที่สุดคนนั้นเป็นใหญ่ ธาตุที่ดวงต้องการคือธาตุที่ไปกับพลังที่ครองดวงอยู่ ไม่ใช่ธาตุที่มาต้านมัน ดวงแบบนี้การไปเติมธาตุที่ขาดเข้าไปคือการไปขัดกับโครงสร้างของมันเอง
และดวงส่วนใหญ่ที่ไม่ครบห้าธาตุอยู่ในกลุ่มธรรมดาที่สุด คือธาตุที่ขาดเป็นธาตุกลางหรือธาตุที่ควรเลี่ยงอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องแก้
เติมธาตุทำได้จริงแค่ไหน
ตำราแปลธาตุที่ดวงต้องการออกมาเป็นสิ่งที่เลือกได้ในชีวิตประจำวัน โดยผูกธาตุแต่ละตัวกับทิศ ตัวเลข ฤดู และรสอาหาร
| ธาตุ | ทิศ | เลขประจำธาตุ | ฤดูที่หนุน | รส |
|---|---|---|---|---|
| ไม้ 木 | ตะวันออก | 3 กับ 8 | ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนขาล เถาะ มะโรง) | เปรี้ยว |
| ไฟ 火 | ใต้ | 2 กับ 7 | ฤดูร้อน (เดือนมะเส็ง มะเมีย มะแม) | ขม |
| ดิน 土 | ศูนย์กลาง | 5 กับ 10 | ปลายของทั้งสี่ฤดู (เดือนมะโรง มะแม จอ ฉลู) | หวาน |
| ทอง 金 | ตะวันตก | 4 กับ 9 | ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนวอก ระกา จอ) | เผ็ด |
| น้ำ 水 | เหนือ | 1 กับ 6 | ฤดูหนาว (เดือนกุน ชวด ฉลู) | เค็ม |
ตัวเลขในตารางนี้คือที่มาของเลขมงคลตามธาตุ และใช้กับธาตุที่ดวงคุณต้องการ ไม่ใช่กับธาตุที่ดวงคุณขาด นี่คือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุดเวลาเอาเรื่องขาดธาตุไปใช้ต่อ ส่วนฝั่งที่ควรเลี่ยง ตำราแนะว่าอย่าให้ธาตุที่ควรเลี่ยงมาเป็นตัวหลักในชีวิต และระวังช่วงฤดูของมันให้มากกว่าปกติ
ต้องพูดให้ชัดอีกข้อ ตำราเขียนไว้เองว่าการจัดธาตุดีธาตุเสียของดวงกำเนิด นิ่งอยู่กับที่ตลอดชีวิต สิ่งที่ทำได้ไม่ใช่การเปลี่ยนแผนภูมิ แต่เป็นการเลือกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตให้ไปทางเดียวกับธาตุที่ดวงต้องการ
ธาตุที่ขาดเข้ามาหาคุณเองได้
ส่วนที่คนไม่ค่อยรู้คือ ธาตุที่ดวงกำเนิดไม่มี ไม่ได้หายไปตลอดกาล ดวงโชคช่วงชีวิต ที่เปลี่ยนทุกสิบปี และกิ่งก้านของแต่ละปีที่ผ่านเข้ามา คือธาตุใหม่ที่เข้ามาวางทับดวงกำเนิดของคุณเป็นช่วง ๆ
ตำราให้อ่านช่วงเวลาด้วยหลักเดียวกับที่อ่านธาตุในดวง ช่วงที่ธาตุเข้ามาเป็นธาตุที่ดวงต้องการหรือธาตุหนุน คือช่วงที่ของที่ขาดอยู่ถูกเติมเข้ามาจริง ตำราว่าเป็นช่วงที่เรื่องต่าง ๆ ไปได้ลื่นและโอกาสเปิด ช่วงที่ธาตุเข้ามาเป็นฝั่งที่ควรเลี่ยง คือช่วงที่ยาของคุณถูกบั่นทอน ตำราให้ระวังอุปสรรคและสุขภาพมากขึ้น ส่วนช่วงของธาตุกลาง ให้ดูว่ามันไปเข้าข้างฝั่งไหนในจังหวะนั้น
อยากรู้ว่าดวงคุณขาดธาตุอะไร และต้องการธาตุอะไร
สองคำถามนี้ไม่ใช่คำถามเดียวกัน และคำตอบต้องมาจากการนับธาตุแฝงครบทุกกิ่ง ชั่งน้ำหนักเดือนเกิด แล้วหาธาตุที่ดวงต้องการ ลองให้ระบบคำนวณจากวันเดือนปีและเวลาเกิดจริงของคุณ แล้วดูทั้งสองชั้นพร้อมกัน เปิดดูดวงธาตุฟรีที่ Mahaheng
คำถามที่พบบ่อย
ดวงขาดธาตุ ไม่ดีหรือเปล่า
ไม่เสมอไป ตำราไม่ได้วัดดวงจากการมีธาตุครบห้า แต่วัดจากสมดุล ถ้าธาตุที่ขาดเป็นธาตุที่ตำราจัดให้คุณเลี่ยงหรือเป็นธาตุกลาง การไม่มีมันไม่ใช่ปัญหา การขาดมีความหมายจริงเมื่อธาตุที่ขาดคือธาตุที่ดวงคุณต้องการ เป็นสะพานระหว่างสองธาตุที่ชนกัน หรือเป็นตัวปรับอุณหภูมิของดวงที่เกิดกลางฤดูหนาวหรือกลางฤดูร้อน
ดวงไม่มีธาตุไฟเลย ต้องเติมไฟไหม
ต้องตอบสองขั้น ขั้นแรกเปิดธาตุแฝงในกิ่งดินทั้งสี่ดูก่อน เพราะไฟที่ไม่โผล่บนก้านฟ้ายังซ่อนอยู่ในกิ่งได้ ขั้นที่สอง ถ้าไม่มีจริง ให้ดูว่าไฟอยู่ฝั่งไหนของดวงคุณ ไฟเป็นธาตุที่ข่มทอง ดวงที่ธาตุประจำตัวเป็นทองและแข็งเกินจึงได้ประโยชน์จากไฟ เพราะมันคือตัวคุมให้พอดี แต่ดวงที่ธาตุประจำตัวเป็นทองและอ่อนอยู่ ตำราให้เลี่ยงธาตุที่ข่มตัวเอง การไม่มีไฟจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปแก้
เติมธาตุด้วยวิธีไหนได้จริง
ตำราผูกธาตุที่ดวงต้องการไว้กับทิศ ตัวเลข ฤดู รสอาหาร และอวัยวะที่ควรดูแลเป็นพิเศษ นั่นคือสิ่งที่เลือกได้ในชีวิตประจำวัน แต่ตำราไม่ได้บอกว่าทำแล้วแผนภูมิกำเนิดเปลี่ยน มันนิ่งอยู่กับที่ตลอดชีวิต สิ่งที่เปลี่ยนได้คือการรู้ล่วงหน้าว่าช่วงไหนธาตุที่คุณขาดจะเข้ามาเอง
บทความบอกได้แค่ภาพรวม ดวงจริงของคุณต้องดูจากวันเวลาเกิด
มหาเฮงคำนวณเลขแปดตัวของคุณจากตำราเดียวกับที่ใช้เขียนบทความนี้ ดูฟรี ไม่ต้องรอหมอดู
ดูดวงของฉันฟรี →