ธาตุแฝงในกิ่งดิน (藏干) ทำไมดวงไม่ได้มีแค่แปดตัว
กิ่งดินทุกตัวซ่อนก้านฟ้าไว้ข้างในสองถึงสามตัว เรียกว่าธาตุแฝง ตารางครบทั้ง 12 กิ่งพร้อมจำนวนวันที่แต่ละตัวครอง และเหตุผลที่แปดตัวบนผิวบอกไม่หมด
ดวงจีนเรียกกันว่าแปดตัว เพราะสี่เสามีก้านฟ้าเสาละตัวและกิ่งดินเสาละตัว รวมได้แปดพอดี แต่ของจริงมีมากกว่านั้น เพราะ กิ่งดินทุกตัวซ่อนก้านฟ้าไว้ข้างในอีกสองถึงสามตัว เรียกว่าธาตุแฝง (藏干) เมื่อนับธาตุแฝงเข้าไปด้วย แผนภูมิหนึ่งใบจึงมีธาตุให้อ่านจริง 12 ถึง 16 ตัว ไม่ใช่แปด
ธาตุแฝงไม่ใช่ของประดับ ตำรากำหนดไว้ชัดว่าธาตุแฝงตัวไหนครองกี่วันในหนึ่งเดือน และการตัดสินทั้งหมดที่ตามมา คือดวงแข็งหรืออ่อน ดวงเป็นรูปแบบไหน และการนับสิบเทพ ล้วนนับธาตุแฝงเข้าไปด้วยทั้งสิ้น ดวงที่มองผิวแล้วเหมือนไม่มีธาตุไฟเลย มีไฟนอนอยู่ใต้กิ่งดินได้หลายกิ่ง นี่คือเหตุผลที่การนับเฉพาะตัวอักษรที่มองเห็นให้คำตอบผิดเป็นประจำ
ธาตุแฝงคืออะไร และตัวเลขวันหมายถึงอะไร
ก้านฟ้าสิบตัวและกิ่งดินสิบสองตัว คือโครงของดวงจีนทั้งระบบ ก้านฟ้าวางบน กิ่งดินวางล่าง ตำราเรียกก้านฟ้าที่ซ่อนอยู่ในกิ่งดินว่า 人元 คือธาตุฝั่งคน ชื่อนี้เข้าชุดกับอีกสองชั้นพอดี ก้านฟ้าบนผิวตั้งชื่อตามฟ้า กิ่งดินตั้งชื่อตามดิน และสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในกิ่งคือฝั่งคน
ตัวเลขวันที่กำกับธาตุแฝงแต่ละตัว คือจำนวนวันที่ธาตุตัวนั้นครองอำนาจในหนึ่งเดือนสามสิบวัน ทุกกิ่งบวกกันได้ 30 เท่ากันหมด ธาตุแฝงแบ่งเป็นสามชั้นตามน้ำหนัก
- ธาตุหลัก (本气) ครอง 18 ถึง 23 วัน คือธาตุประจำตัวของกิ่งนั้น ตรงกับธาตุที่เราเรียกกิ่งนั้นอยู่แล้ว
- ธาตุกลาง (中气) ครอง 5 วัน คือธาตุที่ถูกเก็บไว้ข้างใน
- ธาตุเหลือค้าง (余气) ครอง 5 ถึง 7 วัน คือเศษพลังของฤดูก่อนหน้าที่ยังไม่จางหมด
จำนวนวันคือน้ำหนัก ธาตุหลัก 23 วันกับธาตุเหลือค้าง 7 วันอยู่ในกิ่งเดียวกันได้ แต่มีค่าไม่เท่ากันเลย
ตารางธาตุแฝงของกิ่งดินทั้ง 12
| กิ่งดิน | นักษัตร | ธาตุเหลือค้าง (วัน) | ธาตุกลาง (วัน) | ธาตุหลัก (วัน) |
|---|---|---|---|---|
| 子 | ชวด | 壬 น้ำหยาง (7) | ไม่มี | 癸 น้ำหยิน (23) |
| 丑 | ฉลู | 癸 น้ำหยิน (7) | 庚 ทองหยาง (5) | 己 ดินหยิน (18) |
| 寅 | ขาล | 戊 ดินหยาง (5) | 丙 ไฟหยาง (5) | 甲 ไม้หยาง (20) |
| 卯 | เถาะ | 甲 ไม้หยาง (7) | ไม่มี | 乙 ไม้หยิน (23) |
| 辰 | มะโรง | 乙 ไม้หยิน (7) | 壬 น้ำหยาง (5) | 戊 ดินหยาง (18) |
| 巳 | มะเส็ง | 戊 ดินหยาง (7) | 庚 ทองหยาง (5) | 丙 ไฟหยาง (18) |
| 午 | มะเมีย | 丙 ไฟหยาง (7) | ไม่มี | 丁 ไฟหยิน (23) |
| 未 | มะแม | 丁 ไฟหยิน (7) | 甲 ไม้หยาง (5) | 己 ดินหยิน (18) |
| 申 | วอก | 戊 ดินหยาง (5) | 壬 น้ำหยาง (5) | 庚 ทองหยาง (20) |
| 酉 | ระกา | 庚 ทองหยาง (7) | ไม่มี | 辛 ทองหยิน (23) |
| 戌 | จอ | 辛 ทองหยิน (7) | 丙 ไฟหยาง (5) | 戊 ดินหยาง (18) |
| 亥 | กุน | 戊 ดินหยาง (5) | 甲 ไม้หยาง (5) | 壬 น้ำหยาง (20) |
วิธีใช้ตารางคือ เปิดแผนภูมิของคุณ ดูกิ่งดินทั้งสี่เสา แล้วลากมาอ่านแถวของกิ่งนั้น ธาตุทุกตัวในแถวนับเป็นธาตุที่มีอยู่จริงในดวง ไม่ใช่แค่ตัวที่พิมพ์อยู่บนผิว
ทำไมบางกิ่งซ่อนสองตัว บางกิ่งซ่อนสาม
ความต่างนี้ไม่ได้สุ่ม กิ่งดินสิบสองตัวแบ่งเป็นสามกลุ่มตามโครงสร้างข้างใน
สี่ทิศตรง คือ ชวด เถาะ มะเมีย ระกา ซ่อนแค่สองตัว และทั้งสองตัวเป็นธาตุเดียวกันต่างกันแค่หยินหยาง ชวดคือน้ำล้วน เถาะคือไม้ล้วน มะเมียคือไฟล้วน ระกาคือทองล้วน สี่กิ่งนี้จึงบริสุทธิ์ที่สุด ไม่มีธาตุกลาง และเมื่อสี่กิ่งนี้ชนกัน ตำราบอกว่าแรงและมาเร็ว เพราะเป็นธาตุแท้ปะทะธาตุแท้ตรง ๆ
สี่ทางผ่าน คือ ขาล มะเส็ง วอก กุน ซ่อนสามตัวที่เป็นคนละธาตุกันทั้งหมด ตำราจึงจัดการชงของกลุ่มนี้ว่าซับซ้อนกว่า เพราะชนทีเดียวสะเทือนหลายธาตุพร้อมกัน ออกฤทธิ์ช้ากว่าแต่รื้อได้กว้างกว่า
สี่คลัง คือ ฉลู มะโรง มะแม จอ ธาตุหลักเป็นดินทั้งสี่ แต่สิ่งที่เก็บไว้ข้างในต่างกันคนละอย่าง มะโรงเก็บน้ำ จอเก็บไฟ ฉลูเก็บทอง มะแมเก็บไม้ ชื่อคลังมาจากตรงนี้ คือเป็นกิ่งดินที่ทำหน้าที่เก็บธาตุอื่นเอาไว้ข้างใน
ธาตุแฝงคือรากของธาตุวันเกิด
ตรงนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด ตำราบอกว่าก้านฟ้าตัวหนึ่ง มีราก (通根) เมื่อธาตุเดียวกันกับมันปรากฏอยู่ในธาตุแฝงของกิ่งใดกิ่งหนึ่งในดวง ก้านฟ้าที่ไม่มีรากเลยคือก้านฟ้าที่ลอย แรงน้อย ส่วนก้านฟ้าที่มีรากคือก้านฟ้าที่ยืนอยู่บนพื้นของตัวเอง
ความแรงของรากขึ้นกับสองอย่าง อย่างแรกคือชั้นของธาตุแฝง อย่างที่สองคือเสาที่กิ่งนั้นอยู่
| ชั้นของธาตุแฝง | ความแรงของราก | เสาที่กิ่งอยู่ | ความแรงของราก |
|---|---|---|---|
| ธาตุหลัก 18 ถึง 23 วัน | รากแข็ง | กิ่งวัน | แรงที่สุด เพราะอยู่ใต้ก้านฟ้าวันพอดี |
| ธาตุกลาง 5 วัน | รากปานกลาง | กิ่งเดือน | แรง |
| ธาตุเหลือค้าง 5 ถึง 7 วัน | รากอ่อน | กิ่งชั่วโมง | ปานกลาง |
| ไม่ปรากฏเลย | ไม่มีราก | กิ่งปี | อ่อนที่สุด |
สองคนที่ก้านฟ้าวันเป็นตัวเดียวกันจึงแข็งอ่อนต่างกันได้คนละขั้ว คนหนึ่งมีธาตุตัวเองเป็นธาตุหลักใต้กิ่งวัน อีกคนมีแค่ธาตุเหลือค้างในกิ่งปี บนผิวเขียนตัวอักษรตัวเดียวกัน แต่พื้นที่รองรับคนละเรื่อง การอ่านธาตุทั้งห้า จากแปดตัวบนผิวอย่างเดียวจึงตอบคำถามนี้ไม่ได้
ธาตุแฝงที่โผล่ขึ้นมาบนผิว
ธาตุแฝงที่มีก้านฟ้าตัวเดียวกันยืนอยู่บนผิวในเสาใดเสาหนึ่ง ตำราเรียกว่า โผล่ (透干) และให้น้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะธาตุที่ซ่อนอย่างเดียวคือพลังที่ยังไม่ได้ใช้ ส่วนธาตุที่ซ่อนแล้วโผล่ด้วยคือพลังที่ออกมาทำงานจริงในชีวิต
รูปแบบของดวง (格局) อ่านจากกิ่งเดือนเป็นหลัก และอ่านด้วยหลักการโผล่นี้ตรง ๆ ดูธาตุแฝงในกิ่งเดือนก่อน ถ้าธาตุหลักโผล่ขึ้นก้านฟ้า ใช้ธาตุหลักเป็นตัวตั้งรูปแบบ ถ้าธาตุหลักไม่โผล่แต่ธาตุกลางหรือธาตุเหลือค้างโผล่ ใช้ตัวที่โผล่ ถ้าไม่มีตัวไหนโผล่เลย กลับไปใช้ธาตุหลักตามค่าตั้งต้น คำกลอนเก่าสรุปเรื่องนี้ไว้สั้นมากว่า สี่คลังมีธาตุแฝงสามตัวให้ใช้ ตัวที่โผล่และแรงคือตัวจริง
ของในคลังต้องถูกเปิดถึงจะได้ใช้
รากที่อยู่ในกิ่งคลังมีสถานะพิเศษ ตำราเรียกว่ารากแฝงที่ยังไม่ปลดล็อก มันถูกเก็บอยู่ และต้องถูกชงหรือเข้าคู่ถึงจะเปิดออกมาใช้ได้ มีกลอนบทหนึ่งว่าทรัพย์และตำแหน่งที่อยู่ในคลัง ถ้าไม่ถูกชงก็ไม่ออกฤทธิ์
ข้อนี้พลิกความเข้าใจเรื่องปีชง ไปคนละทาง สำหรับคนที่ธาตุสำคัญของตัวเองถูกเก็บอยู่ในกิ่งคลัง ปีที่มาชงกิ่งนั้นคือปีที่ของในคลังถูกงัดออกมาใช้ ไม่ใช่ปีที่ของพัง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่คนปีชงเดียวกันเจอปีคนละแบบ ของในคลังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และดวงต้องการสิ่งที่อยู่ในคลังไม่เท่ากัน
ธาตุแฝงเปลี่ยนการนับสิบเทพ
สิบเทพ คือการอ่านว่าก้านฟ้าแต่ละตัวในดวงสัมพันธ์กับก้านฟ้าวันเกิดของคุณอย่างไร เป็นพวกเดียวกัน เป็นสิ่งที่คุณสร้าง เป็นสิ่งที่คุณควบคุม เป็นสิ่งที่ควบคุมคุณ หรือเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงคุณ
ถ้านับเฉพาะก้านฟ้าที่เห็นบนผิว จะได้จุดให้อ่านแค่สามจุด คือก้านฟ้าปี เดือน และชั่วโมง แต่เมื่อรวมธาตุแฝงของกิ่งทั้งสี่เข้าไปด้วย จุดที่ต้องนับเพิ่มเป็นสิบกว่าจุด และการถ่วงน้ำหนักใช้จำนวนวันที่แต่ละธาตุแฝงครองเป็นตัวคูณ ธาตุหลัก 23 วันจึงหนักกว่าธาตุเหลือค้าง 5 วันอยู่หลายเท่า
ผลที่ตามมาตรงไปตรงมา ดวงที่มองผิวแล้วเหมือนไม่มีดาวทรัพย์เลย มีดาวทรัพย์ซ่อนอยู่ในกิ่งได้สองสามตัว และดวงที่ผิวดูมีดาวใดเด่นมาก อาจเบากว่าที่เห็นเมื่อนับทั้งแผนภูมิ ตัวอักษรแปดตัวคือหน้าปก ธาตุแฝงคือเนื้อข้างใน
อยากเห็นธาตุแฝงในดวงของคุณเอง
การไล่ธาตุแฝงทั้งสี่กิ่งด้วยมือแล้วถ่วงน้ำหนักตามจำนวนวัน เป็นจุดที่คนคำนวณเองพลาดมากที่สุด ให้ระบบคำนวณจากวันเดือนปีและเวลาเกิดจริงของคุณแทน คำอ่านที่ได้นับธาตุแฝงของกิ่งทั้งสี่เข้าไปด้วย ไม่ได้นับแค่แปดตัวบนผิว เปิดดูแผนภูมิดวงจีนฟรีที่ Mahaheng
คำถามที่พบบ่อย
ธาตุแฝงคืออะไร
คือก้านฟ้าที่ซ่อนอยู่ในกิ่งดินแต่ละตัว กิ่งดินหนึ่งตัวซ่อนไว้สองถึงสามตัว แต่ละตัวมีจำนวนวันที่ครองอำนาจกำกับไว้ รวมกันได้สามสิบวันพอดีทุกกิ่ง ธาตุแฝงนับเป็นธาตุที่มีอยู่จริงในดวง ไม่ใช่ของเสริม
กิ่งดินตัวไหนซ่อนธาตุไว้กี่ตัว
ชวด เถาะ มะเมีย ระกา ซ่อนสองตัวและเป็นธาตุเดียวกันทั้งคู่ ส่วนอีกแปดกิ่งที่เหลือซ่อนสามตัวต่างธาตุกัน โดยกลุ่มคลังคือ ฉลู มะโรง มะแม จอ มีธาตุหลักเป็นดินเหมือนกันทั้งสี่ แต่เก็บธาตุที่ต่างกันไว้ข้างใน
ดวงไม่มีธาตุบางตัวบนผิว แปลว่าขาดธาตุนั้นหรือเปล่า
ต้องเปิดธาตุแฝงดูก่อนถึงจะตอบได้ ธาตุที่ไม่ปรากฏบนก้านฟ้าทั้งสี่ตัว ยังซ่อนอยู่ในกิ่งดินได้ และถ้าซ่อนอยู่ในชั้นธาตุหลัก มันไม่ได้ขาดเลยแม้แต่น้อย คำตอบจริงต้องนับธาตุแฝงเข้าไปด้วย ไม่ใช่นับแค่แปดตัวที่มองเห็น
บทความบอกได้แค่ภาพรวม ดวงจริงของคุณต้องดูจากวันเวลาเกิด
มหาเฮงคำนวณเลขแปดตัวของคุณจากตำราเดียวกับที่ใช้เขียนบทความนี้ ดูฟรี ไม่ต้องรอหมอดู
ดูดวงของฉันฟรี →