ดวงสอบในดวงจีน ดูดาวอะไรและเสาไหน

ดวงสอบในดวงจีนดูสามจุด คือดาวปัญญา (文昌) ที่นับจากธาตุวันเกิด กลุ่มวิชาในสิบเทพ และปีที่พลังความรู้เข้ามา แต่ละจุดบอกอะไร และบอกไม่ได้อะไร

มหาเฮงอ่าน 12 นาที

ดวงจีนดูเรื่องการเรียนและการสอบจากสามจุด จุดแรกคือ ดาวปัญญา (文昌) ซึ่งนับจากธาตุวันเกิด ไม่ใช่จากปีนักษัตร จุดที่สองคือ กลุ่มวิชา (印星) และกลุ่มผลงาน (食傷) ในสิบเทพ ซึ่งบอกว่าความรู้เข้าหัวคุณทางไหน จุดที่สามคือ ความสัมพันธ์ของปี ซึ่งบอกว่าปีไหนพลังเรื่องความรู้และวุฒิเดินเข้ามาหาคุณ

และขอตอบตรงอีกข้อหนึ่งตั้งแต่ต้น ไม่มีจุดไหนในดวงจีนที่บอกว่าคุณจะสอบติดหรือสอบตก ตำราผูกดาวและเทพแต่ละองค์ไว้กับความถนัด ประเภทของแรงหนุน และธีมของแต่ละปี ไม่ได้ผูกไว้กับผลสอบรายครั้ง สิ่งที่ดวงทำได้จริงคือบอกว่าคุณเรียนแบบไหนได้ผล สนามสอบแนวไหนเข้าทางคุณ และปีไหนที่แรงหนุนด้านวิชาอยู่ข้างคุณ ส่วนหนังสือยังต้องอ่านเท่าเดิม

ดาวปัญญา (文昌) นับจากธาตุวันเกิด

ดาวปัญญาอยู่ในกลุ่ม ดาวประจำดวง (神煞) คือชั้นของดาวที่วางทับลงบนดวงกำเนิด ตำราให้นับจากก้านฟ้าของวันเกิด หรือที่เรียกกันว่าธาตุวันเกิด แล้วดูว่ากิ่งดินตัวที่ได้นั้นปรากฏอยู่ในเสาใดเสาหนึ่งของดวงคุณหรือไม่ ถ้าปรากฏ ถือว่าดวงนั้นมีดาวปัญญา

ธาตุวันเกิดกิ่งดินที่เป็นดาวปัญญาปีนักษัตรของกิ่งนั้น
ไม้หยาง 甲巳มะเส็ง
ไม้หยิน 乙午มะเมีย
ไฟหยาง 丙 และ ดินหยาง 戊申วอก
ไฟหยิน 丁 และ ดินหยิน 己酉ระกา
ทองหยาง 庚亥กุน
ทองหยิน 辛子ชวด
น้ำหยาง 壬寅ขาล
น้ำหยิน 癸卯เถาะ

ตำราให้ความหมายดาวนี้ไว้ว่าเป็นดาวแห่งสติปัญญาและความสามารถทางวิชาการ เขียนกำกับไว้ด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า ดาวปัญญาเข้าดวง ฉลาดเหนือคน คนที่มีดาวนี้ตำราว่ามีความจำดี เรียนและสอบเก่ง เขียนและพูดได้คมชัด และมีรสนิยมประณีต

สังเกตตารางให้ดี กิ่งดินที่เป็นตำแหน่งดาวปัญญามีเพียงแปดตัวจากสิบสองตัว ฉลู มะโรง มะแม และจอ ซึ่งเป็นกิ่งธาตุดินทั้งสี่ ไม่เป็นตำแหน่งดาวปัญญาของธาตุวันเกิดใดเลย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่การไม่มีดาวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก

ดาวปัญญาอยู่เสาไหน ความหมายต่างกัน

ดวงจีนมีสี่เสา คือเสาปี เสาเดือน เสาวัน และเสาชั่วโมง ตำราให้ความหมายดาวปัญญาตามเสาที่ดาวขึ้นไว้ชัดเจน

เสาที่ดาวขึ้นตำราผูกไว้กับ
เสาปีเกิดในครอบครัวที่ให้ค่ากับการศึกษา การเรียนช่วงต้นแข็ง
เสาเดือนอาชีพสายเขียน สอน กฎหมาย สื่อ และงานวิจัย วุฒิการศึกษาเปิดประตูให้
เสาวันเป็นคนเรียนรู้โดยธรรมชาติ และคู่ครองให้ค่ากับการศึกษา
เสาชั่วโมงลูกมีแววทางวิชาการ และตัวเองเรียนรู้ต่อไปถึงวัยปลาย

ตำราเขียนกำกับไว้อีกข้อหนึ่งว่า ดาวปัญญาออกฤทธิ์แรงขึ้นเมื่ออยู่ร่วมกับกลุ่มวิชา (印星) ในสิบเทพ และในภาษาสมัยนี้ ดาวนี้เกี่ยวข้องกับการสอบ การได้วุฒิบัตร และอาชีพที่ต้องใช้การเขียนและการพูดเป็นเครื่องมือ

เสาชั่วโมงเป็นเสาที่หายไปทั้งเสาถ้าไม่รู้เวลาเกิด ใครที่ไม่มีเวลาเกิดจะอ่านดาวปัญญาได้แค่สามเสา ไม่ใช่สี่ เรื่องนี้อธิบายไว้แล้วในการดูดวงจากวันเดือนปีเกิด

เรียนแบบไหนเข้าหัว ดูกลุ่มวิชากับกลุ่มผลงาน

ในสิบเทพ มีสองกลุ่มที่เกี่ยวกับการเรียนตรง ๆ

กลุ่มวิชา (印星) คือเจิ้งอิ้นและเพียนอิ้น ธาตุที่ผลิตธาตุวันเกิดของคุณ ตำราให้ความหมายเจิ้งอิ้นว่าเป็นปัญญาที่หล่อเลี้ยง เป็นความรู้ วุฒิการศึกษา ครูบาอาจารย์ และชื่อเสียงที่มาจากความรู้ สายอาชีพที่ตำราผูกไว้คือการศึกษา งานวิจัย งานพิมพ์ และงานในระบบราชการ ซึ่งสร้างอาชีพด้วยการสั่งสมความรู้และวุฒิ จุดอ่อนที่ตำราเขียนกำกับไว้คือชอบคิดมากกว่าลงมือ ส่วนเพียนอิ้นคือความรู้แปลกทาง ตำราว่าให้ความสามารถด้านการวิจัยและการหยั่งรู้ เหมาะกับวิชาลึกและวิชาเฉพาะกลุ่ม

กลุ่มผลงาน (食傷) คือสือเสินและซางกวาน ธาตุที่ธาตุวันเกิดของคุณผลิตออกมา เป็นด้านของการแสดงออกและการถ่ายทอด ตำราจัดซางกวานไว้กับงานวิจัยวิชาการ กฎหมาย สื่อ และงานที่ให้ค่ากับความคิดนอกกรอบและการพูดที่คม ส่วนสือเสินผูกไว้กับงานสายการศึกษา งานเขียน และงานศิลปะ

ตรงนี้ขอพูดตรง การเอาสัดส่วนของสองกลุ่มนี้มาอ่านเป็นสไตล์การเรียนคือวิธีอ่านของเรา ตำราให้ความหมายของแต่ละเทพไว้ครบ แต่ไม่ได้เขียนเป็นสูตรสไตล์การเรียน วิธีที่เราใช้คือ กลุ่มวิชาหนักกว่า อ่านเป็นคนที่เรียนด้วยการรับเข้า คือฟัง อ่าน จับโครงให้ครบก่อนลงมือ กลุ่มผลงานหนักกว่า อ่านเป็นคนที่เรียนด้วยการปล่อยออก คือทำโจทย์ และอธิบายให้คนอื่นฟังแล้วจึงเข้าใจ ถ้าเท่ากัน สองทางใช้ได้พอกัน

อีกข้อที่ตำราเขียนไว้ตรง ๆ คือกลุ่มทรัพย์ (財星) กับกลุ่มวิชาเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ เรียกว่า 財壞印 ทรัพย์ทำลายวิชา ความหมายคือเมื่อแรงไปลงที่เรื่องรายได้และสิ่งของ ด้านการเรียนและแรงหนุนจากผู้ใหญ่จะถูกบั่นลง นี่เป็นความหมายของโครงสร้างในดวง ไม่ใช่คำสั่งห้ามทำงานระหว่างเรียน

สอบราชการและสอบเข้าองค์กร ตำราให้ดูคู่อำนาจกับวิชา

ถ้าสนามที่คุณสอบคือการเข้าสู่ระบบ ราชการ องค์กรใหญ่ หรือวิชาชีพที่มีใบอนุญาต ตำรามีรูปแบบที่ตรงกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ชื่อว่า 官印相生 คืออำนาจผลิตวิชา และวิชาหล่อเลี้ยงธาตุวันเกิดต่อ เป็นสายที่ครบวง คือมีอำนาจที่ชอบธรรม มีปัญญา และมีตัวตนที่แข็งพอจะรับทั้งสองอย่าง ตำรายกรูปแบบนี้ให้เป็นรูปแบบเอกของอาชีพในระบบและของความสำเร็จทางวิชาการ

อีกรูปแบบคือ 殺印相生 แรงกดดันหนักถูกกลุ่มวิชาดูดซับแล้วแปลงเป็นปัญญา ตำราว่าให้ผู้นำที่ทั้งแกร่งและฉลาด และเขียนไว้อีกว่ากลุ่มวิชาคุ้มตัว (印綬護身) คือทนแรงกดดันจากกลุ่มอำนาจได้ดีกว่าดวงที่ไม่มี

ประโยคที่ตำราเขียนไว้เองและควรอ่านให้ครบคือ มีอำนาจแต่ไม่มีวิชา ก็ไม่ใช่อำนาจจริง มีวิชาแต่ไม่มีอำนาจ ก็ยังเป็นวาสนาได้ แปลว่าการมีกลุ่มวิชาเด่นโดยไม่มีตำแหน่งในระบบก็ไม่ใช่เรื่องเสีย

ปีไหนเป็นปีของการเรียนและการสอบ

ปีแต่ละปีมีก้านฟ้าและกิ่งดินของตัวเอง ตำราให้ตรวจสามอย่างทุกปี

หนึ่ง ก้านฟ้าของปีเป็นเทพองค์ไหนเมื่อเทียบกับธาตุวันเกิดของคุณ ตำราบอกว่าธีมของปีมาจากตรงนี้ ปีที่ก้านฟ้าเป็นกลุ่มวิชาคือปีของเรื่องความรู้ คือการศึกษา วุฒิบัตร และแรงหนุนจากผู้ใหญ่ ปีที่ก้านฟ้าเป็นกลุ่มทรัพย์คือปีเรื่องเงิน ปีที่เป็นกลุ่มอำนาจคือปีเรื่องตำแหน่ง ปีที่เป็นกลุ่มผลงานคือปีของการปล่อยของออกไป

สอง กิ่งดินของปีไปตรงกับตำแหน่งดาวในดวงคุณหรือเปล่า ถ้ากิ่งดินของปีตรงกับตำแหน่งดาวปัญญาของคุณ ตำราถือว่าดาวนั้นถูกปลุกในปีนั้น ลองไล่กับปีจริง ปี 2569 เป็นปีมะเมีย 午 คนที่ธาตุวันเกิดเป็นไม้หยิน 乙 มีตำแหน่งดาวปัญญาอยู่ที่มะเมีย ปีนี้จึงเป็นปีที่ดาวปัญญาของคนกลุ่มนี้ถูกปลุก ปี 2570 (ค.ศ. 2027) เป็นปีมะแม 未 ซึ่งไม่ได้เป็นตำแหน่งดาวปัญญาของธาตุวันเกิดใดเลย ปีนั้นจึงไม่มีใครได้ดาวปัญญาจากกิ่งดินของปี ส่วนปี 2571 เป็นปีวอก 申 ซึ่งเป็นตำแหน่งดาวปัญญาของไฟหยาง 丙 และดินหยาง 戊

สาม กิ่งดินของปีมีความสัมพันธ์แบบไหนกับกิ่งดินในดวงคุณ คือชง ต้องโทษ ทำร้าย หรือสมพงศ์ ปีที่กิ่งดินปีชงกับเสาในดวงคือปีที่มีแรงผลักให้เปลี่ยน และตำราเขียนไว้ตรง ๆ ว่า คนอ่อนกลัวการชง ชงแล้วถูกถอนราก คนแข็งชอบการชง ชงแล้วได้ทะยาน ปีเดียวกันจึงให้ผลคนละทางในคนสองคน ถ้าสิ่งที่ถูกชงเป็นธาตุที่ดวงคุณไม่ต้องการอยู่แล้ว การถูกชงกลับเป็นเรื่องดี เพราะมันสะบัดของที่ถ่วงคุณออกไป

ลำดับชั้นที่ตำราวางไว้ก็สำคัญ ปีคือเจ้า ช่วงโชคสิบปี คือขุนนาง ดวงกำเนิดคือราษฎร ปีเป็นตัวเริ่มเรื่อง แต่ช่วงโชคสิบปีกำหนดว่าเรื่องนั้นจะออกมารูปไหน ปีที่ดูดีบนกระดาษจึงยังถูกช่วงโชคที่สวนทางหักล้างได้

สิ่งที่ดวงสอบบอกไม่ได้

ข้อแรก ดาวปัญญาเป็นชั้นที่วางทับบนดวง ไม่ใช่โครงของดวง โครงคือธาตุวันเกิดแข็งหรืออ่อน และดวงกำลังขาดหรือเกินธาตุอะไร ดาวดวงเดียวไม่พลิกดวงทั้งใบ

ข้อสอง ไม่มีกฎในตำราที่ผูกดาวหรือเทพองค์ไหนไว้กับผลสอบรายครั้ง ใครที่บอกว่าดวงชี้ว่าสอบติดหรือไม่ติด กำลังเติมสิ่งที่ตำราไม่ได้เขียน

ข้อสาม การไม่มีดาวปัญญาไม่ได้แปลว่าเรียนไม่ได้ ตำแหน่งของดาวนี้ครอบคลุมกิ่งดินแปดตัวจากสิบสองตัว คนจำนวนมากจึงไม่มีดาวนี้ในสี่เสา และตำราก็ให้ทางอ่านอื่นไว้ครบ คือกลุ่มวิชาและกลุ่มผลงานในสิบเทพ

ข้อสี่ ปีนักษัตรของคุณคือเสาเดียวจากสี่เสา การอ่านดวงการเรียนจากปีเกิดอย่างเดียวจึงเป็นผิวชั้นนอกสุด ของจริงต้องดูทั้งแผนภูมิ

อยากรู้ว่าดวงคุณมีดาวปัญญาขึ้นที่เสาไหน

ดาวปัญญานับจากธาตุวันเกิด และธาตุวันเกิดคำนวณจากวันเดือนปีและเวลาเกิดจริง เดาจากปีนักษัตรไม่ได้ เปิดดวงจีนของคุณฟรีที่ Mahaheng แล้วดูว่าดาวปัญญาขึ้นที่เสาไหน กลุ่มวิชากับกลุ่มผลงานในดวงคุณฝ่ายไหนหนักกว่า และปีนี้ก้านฟ้าของปีเป็นเทพองค์ไหนของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ดวงจีนบอกได้ไหมว่าจะสอบติด

บอกไม่ได้ ตำราไม่มีกฎที่ผูกดาวหรือเทพองค์ไหนไว้กับผลสอบรายครั้ง สิ่งที่อ่านได้คือความถนัดด้านวิชาการ สไตล์การเรียนที่เข้ากับคุณ สนามแนวไหนที่เข้าทาง และปีไหนที่ธีมของปีเป็นเรื่องความรู้และวุฒิ

ดาวปัญญา (文昌) ดูจากอะไร

ดูจากก้านฟ้าของวันเกิด ไม่ใช่ปีนักษัตร แต่ละธาตุวันเกิดมีกิ่งดินประจำตัวหนึ่งตัวเป็นตำแหน่งดาวปัญญา ถ้ากิ่งนั้นปรากฏในเสาใดเสาหนึ่งของดวง ถือว่ามีดาวนี้ และความหมายจะต่างกันไปตามเสาที่ขึ้น

ปีไหนเหมาะกับการสอบ

ตำราให้ตรวจสามอย่าง คือก้านฟ้าของปีเป็นกลุ่มวิชาของคุณหรือไม่ กิ่งดินของปีไปปลุกตำแหน่งดาวปัญญาในดวงหรือไม่ และกิ่งดินของปีชงหรือสมพงศ์กับเสาใดในดวง ทั้งสามข้อยังต้องอ่านทับกับช่วงโชคสิบปีที่กำลังเดินอยู่ ไม่มีปีที่ดีเหมือนกันหมดสำหรับทุกคน

ดวงของคุณเอง

บทความบอกได้แค่ภาพรวม ดวงจริงของคุณต้องดูจากวันเวลาเกิด

มหาเฮงคำนวณเลขแปดตัวของคุณจากตำราเดียวกับที่ใช้เขียนบทความนี้ ดูฟรี ไม่ต้องรอหมอดู

ดูดวงของฉันฟรี →

อ่านต่อ